P
อาจารย์ โกญจนาท เจริญสุข

มหาวิทยาลัยเกริก (Krirk University)
Page Visits: 1818
Comments: 3

อุดมการของครูในยุคปัจจุบัน

อุดมคติ และความคิดของครูในยุคปัจจุบัน

หลายวันมาแล้วที่ฉันรู้สึกว่าฉันต้องทบทวนเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดกับชีวิตของตัวเอง  เพราะรู้สึกว่าอึกอัดใจเป็นอย่างมาก  พยายามที่จะสลัดมันทิ้งไปแต่ก็ไม่ออกเสียที  อาจจะเป็นเพราะว่าฉันตั้งความฝันของฉันนั้นมันสูงเกินไปหรือเปล่า  มีคนสอนว่า  งานหนักไม่เคยฆ่าใคร อันนี้ฉันก็ว่าจริง เพราะการทำงานหนักแค่ไหน เหนื่อยแค่ไหน ถ้าได้มาซึ่งความสำเร็จเราก็ย่อมได้ความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง  แต่การทำงานหนักแค่ไหน ก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันมีความสุข  ทั้งๆ ที่สิ่งที่ฉันต้องการนั้นไม่ทรัพย์สินเงินทอง  หรือยศฐานบรรดาศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น  เพียงทำเพื่อความรู้สึกว่าอยากจะทำอะไรให้แก่สังคมบ้าง  เพราะฉันคิดว่าการที่คนเราเกิดมาชีวิตหนึ่งนอกจากการต้องอยู่รอดในสังคมแล้ว ก็คงยังมีอย่างอื่นอีก ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ  หาประโยชน์ใส่แต่ตัวเอง เอาแต่ความโลภ ไม่รู้จักที่จะให้ (ในหลวงเคยดำรัสว่า  ถ้าคนเราปิดทองเสียแต่หน้าพระเพียงอย่างเดียว แล้วเพราะทั้งองค์จะสวยงามได้อย่างไร)  ฉันคิดว่าฉันเป็นคนหนึ่งที่  อยากจะเห็นสังคมนี้สวยงาม แม้ว่าฉันจะไม่ใช่เป็นคนที่เก่ง  หรือร่ำรวยแต่ประการใด ฉันคิดว่าฉันเอง มีความสามารถ และความเสียสละที่จะให้แก่คนส่วนใหญ่ด้วย  

ฉันเรียนนิติฯ ก็อาจจะเพื่อตนเอง ต้องการอะไรหลายอย่าง  แต่เมื่อเราเรียนไปสักพักเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่เราเคยต้องการในตอนต้นนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นก็ได้  เพราะฉันจำได้ว่า ในครั้งแรกที่ฉันเลือกเรียนนิติฯศาสตร์เพราะว่าฉันอยากจะเป็นอัยการ  แต่พอเรียนมาแล้ว ด้วยความวิริยะอุตสาหะ  จนใกล้จะจบปริญญาตรี  ฉันกลับรู้สึกว่า อัยการที่ฉันอยากจะเป็นนั้นมันเริ่มเลือนรางไปเกือบหมดสิ้น  ไม่ใช่เพราะว่าฉันไม่เก่ง หรือไม่มีความสามารถที่จะสอบกับมัน  แต่เมื่อเรียนไปนานเข้ากลับรู้สึกว่าอัยการไม่ใช่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการเอาเสียเลย  เพราะฉันคิดว่า  ฉันเรียนไปมากมายเพื่ออะไร  ทำไมไม่เอาความรู้ที่มีอยู่นี้ไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ หรือน้องคนอื่นๆ (พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมาย่อมไม่เหมือนกัน แม้แต่นิ้วมือแต่ละนิ้วยังไม่เท่ากันเลย)  ดังนี้จึงทำให้ฉันคิดได้ว่า  แต่ละคนคงถูกกำหนดมาให้เป็นอยู่แล้ว  ที่เดิมอยากเป็นอัยการ นั้นคงเป็นเพียงแค่ความคิดของเด็กๆ เท่านั้น แต่สิ่งสุดท้ายที่ได้พุดเข้ามาในสมองก็คือ อาจารย์   เพราะ การเป็นอาจารย์อาจจะไม่ได้ค่าตอบแทนมากมายเหมือนกับผู้พิพากษา อัยการ  แต่ฉันรู้สึกว่ามันเป็นวิชาชีพที่มันน่าภูมิใจ  (ในความคิดของฉันๆคิดว่าถ้าฉันสอบอัยการได้ ฉันก็คงดีใจ แต่คงดีใจได้เพียงแค่ครั้งเดียว และคนที่ดีใจในการประสบความสำเร็จของฉันก็คงไม่พ้นครอบครัว พ่อ แม่ พี่น้อง แต่สุดท้ายมันก็ต้องจบลงไป  แต่ถ้าฉันสามารถสั่งสอนลูกศิษย์ฉัน ให้ไปเป็นผู้พิพากษา  อัยการ  หรือนักกฎหมายที่ดี ทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ ฉันคงจะมีความสุขในความสำเร็จได้หลายครั้ง และคนที่จะมาร่วมดีใจกับฉัน ก็คงจะมีหลายๆๆ คน ) 

การที่เรามาเป็นอาจารย์ คงเป็นความคิดที่ไม่ผิด( รู้สึกว่าผิด )  แต่เมื่อเดินก้าวเข้ามาตามความฝันแล้ว และตอนนี้ก็มันก็คือความจริง  ฉันคิดว่าฉันเลือกถูก  เพียงแต่สิ่งที่ฉันได้ทำอาจจะยังไม่สามารถเป็นไปตามความฝันที่แท้จริงของฉันได้  ความฝันของฉัน คือ  อยากเห็นความเป็นนิติศาสตร์ที่เข้มแข็ง  มีความสามัคคี  ทุ่มเทความรู้ความสามารถของตน เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม  จากที่ได้เรียนมา อาจารย์สอนเสมอว่า my life is services  - ชีวิตของฉันเกิดมาเพื่อรับใช้ชาติ และประชาชน

จากที่ถูกปลูกฝังมาเช่นนี้ เลยทำให้เราคิดว่า นิติศาสตร์ ไม่ใช่เป็นศาสตร์เพื่อการเรียนให้รู้แต่เพียงอย่างเดียว  ควรเป็นการเรียนเพื่อทำความเข้าใจ และนำไปใช้ในการช่วยเหลือคนที่เค้ามีปัญหาด้านกฎหมาย ที่ไม่ได้รับความไม่เป็นธรรม  รักษาหรือดำรงตนเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้แก่คนตกทุกข์ได้ยาก  เช่นนี้หลักจากการที่ฉันจบนิติศาสตร์มาแล้ว  สิ่งที่ฉันควรทำก็คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ (ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนอื่นมากกว่า)  คงต้องหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อจะได้มาสอนลูกศิษย์ได้อย่างดีที่สุด  ใส่ความตั้งใจ และความเอาใจใส่เพื่อจะมอบสิ่งดีๆๆ ให้แก่ศิษย์  ให้เต็มความสามารถให้แก่ลูกศิษย์ 

นับแต่วันที่ฉันก้าวเข้ามาเป็นครูของลูกศิษย์ ฉันพยายามที่จะเป็นครูที่ดีให้ได้  ต้องการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ให้ได้มากที่สุด  พยายามที่จะสอน และอบรมให้ลูกศิษย์ออกไปเป็นนักกฎหมายที่ดีของสังคมให้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ทุกคน  แต่ก็ของให้ทุกคนเอาความรู้ และสิ่งที่ถ่ายทอดให้ไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด  แต่ฉันคงต้องเสียใจที่ลูกศิษย์เอาความรู้ที่ให้ไปทำร้ายผู้อื่น  คงเสียใจที่สุดถ้ามีคนมาตราหน้าลูกศิษย์ฉันว่าครูไม่เคยสั่งสอน  (เพราะทุกวันนี้ที่ฉันทำหน้าที่ของการเป็นนักกฎหมายที่ดี และครูที่ดี ไม่ใช่เพราะต้องการให้ตัวเองดูดี แต่อยากให้ครูของฉันรู้ว่าสิ่งที่ท่านได้มอบให้แก่ฉันนั้น  ฉันได้นำมาทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นแล้ว  และได้ส่งมอบสิ่งดีๆ ที่ครูให้ฉันมาไปยังลูกศิษย์ของฉัน  ฉันจะไม่ให้ใครมาว่าฉันได้ว่า ฉันเป็นนักกฎหมายที่ไม่มีครู และครูไม่ได้สั่งสอน) เพระจำคำของครูไว้เสมอ  ฉันคงต้องกตัญญูต่อครู และวิชาชีพแห่งฉัน ดำรงไว้ซึ่งหลักการ และอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่  เพราะถ้าทุกวันนี้ลูกศิษย์กฎหมายที่ได้ศึกษากฎหมายไป แล้วนำกฎหมายไปใช้ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์  เป็นการทำร้ายผู้อื่น ก็คงจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย และพินาศลงได้ ด้วยน้ำมือของนักกฎหมายที่ไม่ดี และในส่วนนั้นหวังว่าคงจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของฉันแน่นอน

ลูกศิษย์ของฉันจะรู้หรือไม่ว่า  เรารักและห่วงใยลูกศิษย์เสมอ บางครั้งต้องอ่านหนังสือให้หนัก เพื่อที่จะเอาความรู้ที่ดีที่สุดมาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์  ตุด่า  บ่น เพื่อให้ลูกศิษย์อ่านหนังสือ  กลับบ้านดึกๆๆ ก็เพื่อคอยดูลูกศิษย์ว่าทำอะไรอยู่   ตั้งใจอ่านหนังสือหรือไม่   สั่งสอน  ให้คำแนะนำเพื่อไม่ให้ลูกศิษย์ประพฤติในสิ่งที่ไม่ดี  คอยสั่งการบ้านตอบการบ้าน  เพื่อให้ลูกศิษย์มีความเชี่ยวชาญ และทบทวนสิ่งที่ได้เรียนไป  โดยไม่เคยบ่นว่าเยอะ  ออกของสอบระดับยาก เพื่อเป็นการวัดความรู้ของลูกศิษย์  เพื่อว่าเวลาไปเจอข้อสอบ หรือการแข่งขันที่ยากๆ ก็จะได้ไม่ต้องท้อถอย  นี่คือสิ่งที่ฉันคิดหวังว่าการที่ฉันทุ่มเท ด้วยความอดทน   ความรัก และความห่วงใยจะเป็นการส่งผลให้ลูกศิษย์ที่ฉันสอนนั้นเป็นนักกฎหมายที่ดีในอนาคตได้ 

ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คิด ฉันคงจะมีความสุข และสนุกกับการเป็นครูต่อไป   หากแต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย  ลูกศิษย์ฉันไม่เคยรู้เลยว่าฉันทำให้เขาเพื่ออะไร  มีแต่คำกล่าวมาให้ได้ยินแล้วเสียใจ  สอนยากบ้าง  สอนเยอะบ้าง  บ่นมากจัง  ข้อสอบยากบ้าง  เอกสารเยอะมาก  การบ้านมากมายสารพัน  แต่ฉันก็ต้องอดทน เพื่อจะได้ให้เป็นไปตามอุดมการณ์ของฉัน   (ชีวิต 1 เกิดมาแล้วควรทำอะไรให้ได้มากกว่าการหายใจไปวันๆหนึ่ง)  เพราะฉันรู้ว่าในการเรียนกฎหมายนั้น  ถ้าเรามีแต่ความรู้อย่างเดียว  มันยังใช้ไม่ได้ต้องหาประสบการณ์  การเรียนกฎหมายก็ต้องยอมรับว่ามันหนัก อ่านเยอะ  ทำความเข้าใจเยอะ และต้องขยันเป็นพิเศษ  แต่นี่คือเรื่องหลักที่ต้องทำ  ส่วนเรื่องรองคือการต้องพยายามที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการที่จะต้องไปใช้ชีวิตในสังคมให้ได้ นักกฎหมายต้องเป็นผู้นำ  เป็นนักต่อสู้  เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญกับความไม่ถูกต้อง เพื่อรักษาความถูกต้องไว้  หากถ้าไม่มีการสร้างสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ต้นแล้วนักกฎหมายในอนาคตก็จะเป็นผู้ตาม และไม่สามารถรักษาความถูกต้องไว้ได้ จะเห็นแต่ประโยชน์ตัว ละทิ้งประโยชน์ส่วนรวมได้  

ทั้งนี้ฉันคงต้องอุทิศชีวิต และจิตใจที่จะไม่ให้สิ่งเหล่านั้นมันเกิดให้ได้ ต้องพยายามที่จะสู้ และรักษาความถูกต้องต่อไป  ถึงแม้จะเหนื่อย และต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน  (คงไม่เหมือนอาจารย์กฎหมายสมัยนี้ที่เห็นวิชาชีพครูกฎหมาย เป็นเพียงแค่อาชีพ เพื่อหาเงิน  และเป็นบันไดเพื่อก้าวไปสู่อาชีพที่ดีกว่า - หลายคนเอาความเป็นอาจารย์มาใช้เพื่อจะได้มีเวลาสอบผู้พิพากษา  อัยการ  หรือจะได้มีเวลาทำงานอย่างอื่นไม่ทุ่มเทให้กับการสอนจริงๆ จังๆ  ไม่คิดที่จะพัฒนาวงการกฎหมาย  สักแต่สอนให้มันจบๆ ไป  หาเวลาเพื่อทำประโยชน์ให้กับตนเองสอนพิเศษ โดยไม่สนใจลูกศิษย์  เพราะคิดว่ามันเป็นรายได้ที่ดี  ที่จริงแล้วไม่มีใครรวยด้วยวิชาชีพครูหรอก (ในความคิดของฉัน)  เพราะครูมีแต่ต้องลงทุน ต้องให้ ต้องเสียสละ  แค่คำว่าเสียสละก็รู้แล้วว่าไม่มีทางว่าได้ (กำไร)  เพราะเสียก็คือ การจำหน่ายออก การให้ไป  ส่วนคำว่า สละ คือ ทิ้ง ไม่คิดเอากลับคืนมา  ดังนี้เสียสละก็ต้องหมายความว่าเป็นการ จำหน่ายออก หรือให้ไปโดยไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะได้กลับคืนมาหรือไม่   ถ้าใครที่เป็นครูแล้วไม่รู้จักคำว่าเสียสละ  แม้กระทั่งเวลาให้แก่ลูกศิษย์นั้นก็คงจะไม่ใช่ครูด้วยจิตวิญญาณ  แต่ครูในลักษณะนี้มีมากอยู่  มันจะทำให้วงการนิติศาสตร์เสื่อมเสีย เพราะครูเองไม่มีแม้กระทั่งจริยธรรมของตนเอง  แล้วลูกศิษย์จะมีได้อย่างไร  ถ้าคำว่าจริยธรรมไม่มี  การที่เราต้องดำรงตนอยู่ในสังคมที่ไร้จริยธรรมมันจะลำบากขนาดไหน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คงจะเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะความรุนแรง การเอาชนะกันโดยไม่คำนึงถึงความผิดถูก  เช่นนี้ ที่ต้องย้อนกลับมาคิดนั้นก็คือ  ฉันจะเป็นครูที่ดีต่อไปได้ไหม และถ้าจะเป็นต่อไปฉันควรจะทำอย่างไร

 

ขอให้ลูกศิษย์จงรู้ว่าสิ่งที่อาจารย์ทำให้นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรัก และความห่วงใยของครู

 

                                                                                                                                อ.โกญจนาท   เจริญสุข

                                                                                                                                  ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑

Created: Sun, Jul 17, 2008 @ 11:08 am Modified: Sun, Jul 17, 2008 @ 11:08 am [ Report Abuse ]

Other Posts By This Blogger

Comments

1.
P
เทียนน้อย
on Wed, Jul 11, 2009 @ 03:15 pm
#1763 [ Report Abuse ]

สวัสดีค่ะ

มาให้กำลังใจอาจารย์ค่ะ

 

2.
30
วราภรณ์ [IP: 58.8.220.47]
on Wed, Jul 23, 2009 @ 09:40 pm
#2134 [ Report Abuse ]

อาจารย์ในอุดมคติ ^^

อาจารย์ค่ะ ถ้าจะถามเรื่องการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

จะส่งเมล์ไปถามได้หรือไม่ค่ะ

3.

ก็ได้ครับคงจะตอบได้เท่าที่ตอบได้น่ะครับ

Name:
Email:
IP Address: 38.107.191.84
Message:  
Load Editor
Security Code:
   
  Cancel or Preview or