Comments: 0
พระอัยกาลักษณะผัวเมีย
พระอัยการลักษณะผัวเมีย
ตามหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ในพระอัยการลักษณะผัวเมีย
การสมรสมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. ชายหญิงต้องกินอยู่หลับนอน โดยมีเจตนาที่จะเป็นสามีภรรยากัน
2. บิดามารดาหรือผู้เป็นอิสระแก่หญิงยอมยกหญิงให้เป็นภรรยาชาย
ส่วนข้อกำหนดซึ่งมีลักษณะทำนองเงื่อนไขการสมรส มีดังนี้
1. ชายสามารถมีเมียได้หลายคน แต่หญิงมีสามีได้คนเดียว
2. ชายต้องไม่ใช่พระภิกษุ
3. ชายหญิงต้องไม่เป็นญาติกัน
4. หญิงหม้ายที่สามีตายจะสมรสใหม่ได้ต้องเผาศพสามีเสียก่อน
5. หลังการใช้กฎหมายลักษณะอาญา รศ.127 หญิงต้องมีอายุ 12 ปีขึ้นไป
ส่วนการหย่ากันด้วยความสมัครใจนั้น ได้แก่ กรณีที่ชายหญิงอยู่กินเป็นสามีภรรยากันแล้ว ไม่ประสงค์จะอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน จะเป็นเหตุใดก็ตาม เช่น อุปนิสัยไม่ตรงกัน จะหย่ากันกฎหมายไม่ห้ามปรามให้ทั้งคู่ทำหนังสือมอบให้แก่กันต่อหน้าผู้เฒ่าผู้แก่ สามีภรรยาขาดจากกัน
อำนาจอิสระ คือ อำนาจปกครองนั้นเอง หญิงเมื่อยังเป็นเด็กก็อยู่ในความปกครองของบิดามารดา ถ้าบิดามารดาตาย หญิงอาจอยู่ในความปกครองของญาติผู้ใหญ่ หรือพี่ ๆ จนกระทั่งหญิงแต่งงานกับชาย อำนาจอิสระหรืออำนาจปกครองจึงโอนจากบิดามารดาไปยังสามี ดังกฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 79 บัญญัติไว้ความว่า “บุตรีท่านบิดามารดายังมิได้ประกอบสามีภรรยาให้ไซร้บิดามารดานั้นเป็นอิสระแก่บุตร ถ้าชายใดพึงใจด้วยบุตรีท่าน ให้คำนับบิดามารดาตามประเพณี ถ้าบิดามารดายกให้สามีจึงจะเป็นอิสระแก่ภริยา”
ขอบเขตอำนาจอิสระนั้นรวมไปถึงอำนาจลงโทษภรรยาได้ตามสมควร หากภริยาประพฤติตนไม่สมควร กฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 60 บัญญัติว่า “สามีภรรยาอยู่ด้วยกัน ภรรยามีความผิดสามีจะปราบปรามโบตีหญิง หญิงจะเอาโทษแก่สามีนั้นมิได้ ถ้าภรรยาด่าว่าหยาบช้าแก่สามี ให้ภรรยาเอาข้าตอกดอกไม้ขอโทษแก่สามีจึงควร” แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า สามีจะทำโทษหญิงโดยปราศจากเหตุอันควรทำร้ายภริยาบาดเจ็บ ถือว่าชายกระทำเกินขอบอำนาจปกครอง ซึ่งชายอาจถูกขับไล่ส่งเสียได้
ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาตามกฎหมายเดิม มีดังนี้
1. ทองหมั้นหรือของหมั้น (กฎหมายใหม่ก็คือของหมั้น เป็นสินส่วนตัว) สันนิษฐานว่า สมัยก่อนการที่จะหมั้นกันโดยปกติจะใช้ทองหมั้น คือ การวางมัดจำโดยสัญญาว่าจะมาแต่งงานด้วย ถ้าหากชายผิดสัญญาไม่ไปแต่งงานตามที่ตกลงกับฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงก็จะริบของหมั้น ถ้าฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้นก็ต้องคืนของหมั้นให้ฝ่ายชาย การหมั้นนั้นจะต้องมีขันหมากที่เรียกว่า ขั้นหมากหมั้น นอกจากขันหมากหมั้นแล้ว ยังมีขันหมากกล่าวถาม คือการยกขันหมากไปทาบทาม ซึ่งขันหมากเมื่อแต่งงานแล้วก็จะตกเป็นของหญิง
2. สินสอด มีลักษณะเป็นค่าตัวหญิงที่ฝ่ายชายให้กับบิดามารดาหญิง เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่พ่อแม่เลี้ยงดูลูกมาจนได้มาเป็นภรรยาชาย
3. สินเดิม (กฎหมายใหม่ ก็คือ สินส่วนตัว) ซึ่งตามกฎหมายใหม่ไม่มี
สินเดิม เป็นทรัพย์สินที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีอยู่ก่อนแต่งงาน มีลักษณะเป็นทุนตามกฎหมายลักษณะ ผัวเมีย บอกว่าถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้มาเมื่อวันมีแขกให้เอาเป็นสินเดิม ต่อเมื่อหลับนอนเป็นผัวเมียแล้วจึงเอาเป็นสินสมรส
4. สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาหลังแต่งงาน มีการอยู่กินหลับนอนกันแล้ว
สินสมรส คือ เครื่องประกอบเกียรติยศที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้ เช่น หีบหมาก พานทอง เสลี่ยง เรือกันยา อาวุธยุทธภัณฑ์ ช้าง ม้า วัว ควาย สำหรับสินสมรส เวลาหย่ากันชายจะได้สินสมรสไป 2 ส่วน หญิงได้ไป1 ส่วน เพราะชายเป็นผู้ทำมาหาได้
เรือหอ โดยปกติเป็นเรือนที่ฝ่ายชายไปสร้างในที่ดินของผู้หญิง ฉะนั้นเรือนหอจึงเป็นสินเดิมของฝ่ายชาย เพราะเป็นทรัพย์ที่ได้มาก่อนแต่งงาน กฎหมายใหม่ไม่ได้กล่าวถึงเรือนหอ ตามกฎหมายว่าเวลาหย่ากันฝ่ายชายมีสิทธิจะรื้อเอาเรือนหอคืนได้ แต่ตามกฎหมายใหม่นั้นจะต้องไปดูในเรื่องส่วนควบ
Other Posts By This Blogger
- Older « กฎหมายลักษณะโจร
- Newer » กฎหมาย16หลังคาเรือน





Comment on this Post