Comments: 2
กฎหมาย16หลังคาเรือน
กฎหมาย 16 หลังคาเรือน
มังรายศาสตร์ หรือ กฎหมายพระยามังราย เป็นกฎหมายเก่าแก่ที่สุด แห่งอาณาจักรล้านนา เป็นกฎหมายที่พัฒนาขึ้นมาจากระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียมท้องถิ่นศาสนาและจารีตประเพณีที่สั่งสมกันมาจนเป็นระบบ มีการแบ่งหมวดหมู่และลักษณะเด่น ในด้านหลักความคิดทางกฎหมายใกล้เคียงกับความคิดของกฎหมายสากลอื่น ๆ เมื่อเป็นกฎหมายที่พัฒนาขึ้นมาจากจารีตประเพณี จึงสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชนล้านนาเป็นอย่างดี มังรายศาสตร์นี้เป็นที่ยอมรับกันอยู่โดยทั่วไปแล้วว่าเป็นกฎหมายเก่าแก่ที่สุดแห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งกษัตริย์ล้านนาได้ใช้กฎหมายฉบับนี้ปกครองบ้านเมืองมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗๐๐ ปี นับตั้งแต่พระญามังรายได้ทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ เป็นต้นมา
ในกฎหมายมีบทบัญญัติเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าหากหมู่บ้านเพียง 6 หลังคาเรือน ผู้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ย่อมจะมีความสนิทสนมกันมากกว่ากรณีแรก มีโจรไปลักทรัพย์ในเรือนหลังหนึ่งจนหมดสิ้น รั้วและประตูบ้านไม่มีร่องรอยการถูกงัดแงะ ซึ่งแสดงว่าผู้เข้าไปลักทรัพย์ในบ้านเป็นคนที่รู้จักทางเข้าออกบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี หากหาตัวคนร้ายไม่ได้ ให้ชาวบ้านอีก 5 ครัวเรือนเป็นผู้ชดใช้ราคาทรัพย์สินที่ถูกลักไปทั้งหมด ต่อมาภายหลังได้ตัวเพื่อนบ้านคนใดเป็นผู้กระทำความผิดให้ปรับไหมผู้นั้น 4 เท่า หรือ 9 เท่า แล้วให้ขับออกไปเสียจากหมู่บ้านนั้น
ซึ่งต่อมากฎหมายในลักษณะนี้ก็ยังได้มีการบัญญัติใช้ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์เช่นกันในช่วงสมัยรัชการที่ ๓ ได้มีการออกกฎหมายลักษณะโจร 5 เส้น ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับกฎหมาย 16 หลังคาเรือน
หมายเหตุ
มังรายศาสตร์บางฉบับมีการบัญญัติไว้เพียงแค่ 12 หลังคาเรือนก็มี แต่ทั้งนี้ฉบับหลวงได้บัญญัติไว้ 16 หลังคาเรือน
Other Posts By This Blogger
- Older « พระอัยกาลักษณะผัวเมีย
- Newer » กฎหมายสมัยเมโสโปเตเมีย
Comments
พระอัยการลักษณะโจรตราขึ้นในสมัยพระรามาธิบดีที่๑ พระเจ้าอู่ทอง เมื่อพุทธศักราช ๑๙๐๓ และถูกยกเลิกเมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๑ (ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๕) โดยกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๗ โดยได้มีการแบ่งกฎหมายสารบัญญัติเกี่ยวกับไว้เป็นหมวดๆโดยมีกฎหมายในลักษณะหนึ่งเรียกว่า กฎหมายโจร ๓ เส้น ๑๕ วา โดยความจริงแล้วกฎหมาย ๓ วา ๑๕ เส้น ก็คือกฎหมายที่เป็นการกำหนดความรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมู่เหล่าในชุมชน เพื่อเป็นการให้เพื่อนบ้านคอยดูแลรักษาความปลอดภัยซึ่งกันและกันเอง โดยแท้จริงกฎหมายลักษณะแบบนี้เคยได้มีการบัญญัติไว้ในกฎหมาย ๑๖ หลังคาเรือน ในมังรายศาสตร์ซึ่งเป็นกฎหมายของอาณาจักรล้านนาที่มีอยู่ก่อนกฎหมายพระอัยการลักษณะโจร ว่าให้สมาชิกในหมู่บ้านร่วมกันชดใช้ราคาของบ้านหนึ่งที่ถูกลักขโมยไป กฎหมายในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกฎหมายที่ปรากฏในกฎหมายตรา ๓ ดวง(ประมวลกฎหมายรัชการที่๑) มีลักษณะเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพราะตัวเอกชนที่ประกอบกันเป็นพลเมือง มีความสัมพันธ์อย่างแนบชิดจนถึงชีวิตเอกชนนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชีวิตหมู่เหล่าความรับผิดของหมู่เหล่านี้ ปรากฏในบทที่ ๑๕,๑๖,๑๑๔,+๓๖ ในพระอัยการลักษณะโจร ซึ่งสรุปได้ว่าเมื่อมีการปล้นก็ดี ฆ่าคนตายก็ดี หรือทำรายสัตว์ถึงตายก็ดี ถ้าการกระทำความผิดเหล่านี้เกิดขึ้นในอาณาบริเวณของหมู่บ้านใด ให้สมาชิกทุกคนของหมู่บ้านนั้นมีหน้าที่ช่วยกันสืบค้นหาผู้ร้ายให้จงได้ และถ้าการปล้นนั้นเกิดขึ้นในขณะที่เพื่อนบ้านอยู่ด้วยกัน เพื่อบ้านมีหน้าที่ช่วยต่อสู้ป้องกันโจรด้วย นอกจากนี้ความรับผิดชอบในความผิดที่เกิดขึ้นยังตกแก่ผู้ที่อยู่รัศมีระยะทาง ๓ เส้น ๑๕ วา (ประมาณ ๑๕๐ เมตร) โดยวัดรอบจากที่เกิดเหตุที่จะต้องช่วยกันตามจับโจรผู้ร้ายด้วย ผู้ใดไม่ช่วยจะต้องถูกลงโทษ ทวดด้วยลวดหนัง มากน้อยตามแต่ระยะทางที่ตนอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในรัศมี ๓ เส้น ๑๕ วา นี้จะพ้นจากความรับผิดไปเสียทีเดียว เพราะยังจะต้องทำทัณฑ์บนไว้ว่า ถ้าภายหลังจับผู้กระทำความผิดได้ และผู้กระทำความผิดได้มีการซักทอดถึงผู้ใด ผู้นั้นยังอาจจะต้องถูกลงโทษได้อีก ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้ทรงตรากฎหมายขึ้นมีอีกฉบับหนึ่ง ขยายอาณาเขตของบุคคลผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการกระทำความผิดออกไปเป็น ๕ เส้น จึงนิยมเรียกกันว่ากฎหมายโจร ๕ เส้น (ประมาณ ๒๐๐ เมตร)
เพื่อให้ง่ายต่อการเทียบระยะทางในปัจจุบัน
มาตราวัดความยาวไทยเทียบเมตริก
๑ คืบ = ๒๕ เซนติเมตร
๑ ศอก = ๕๐ เซนติเมตร
๑ วา = ๒ เมตร
๑ เส้น = ๔๐ เมตร
๒๕ เส้น = ๑ กิโลเมตร
๑ โยชน์ = ๑๖กิโลเมตร







