Page Visits: 523
Comments: 0

พระอัยการลักษณะโจร

พระอัยการลักษณะโจรเป็นกฎหมายตั้งขึ้นในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง๒๘๙๓ -๑๙๑๒(๑๙ ปี) มีกฎหมายลักษณะพยานกฎหมายลักษณะอาญาราษฎร์ กฎหมายลักษณะโจร กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ ว่าด้วยที่ดินและสาเหตุ กฎหมายลักษณะผัวเมีย. และก็ได้มีการใช้มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ครั้นเมื่อได้มีการวบรวมเป็นกฎหมายตราสามาดวง สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช(รัชกาลที่๑) พ.ศ.๒๓๔๘

พระอัยการลักษณะโจร[1]

          เป็นบท บัญญัติในการกระทำผิดทางอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ ที่มีลักษณะการกระทำผิดหนักเบาแตกต่างกัน โดยคำนึงถึงตัวทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย ตัวเจ้าทรัพย์ และองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อมีบทกำหนดโทษที่แตกต่างกัน

          มีการแบ่งโจรออกเป็น ๘ จำพวก ซึ่งประกอบด้วย องคโจรรวม ๓ จำพวก และ สมโจรรวม    จำพวก องคโจร ๓ จำพวก ได้แก่  ผู้เป็นตัวการกระทำเอง ผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำ และผู้สั่งสอนวิชาโจร ส่วนสมโจร ๕ จำพวก ได้แก่ ผู้ให้ที่พักแก่โจร  ผู้เป็นมิตรสหายกับโจร ผู้สมรู้ร่วมคิดกับโจร ผู้ให้ที่กำบังหลบซ่อนแก่โจร และผู้อยู่กินอาศัยกับโจร

กฎหมายลักษณะโจรอันเป็นกฎหมายหมวดหนึ่งในกฎหมายตราสามดวงเป็นต้นซึ่งได้ยกเลิกไปแล้วนั้น จัดโจรออกเป็นสิบหกจำพวก ดังต่อไปนี้[2]

๑. โจรปล้น คือ บรรดาโจรที่สมรู้ร่วมคิดกันออกปล้นผู้อื่นไม่เว้นกลางวันกลางคืน วิธีการปล้นเป็นต้นว่าด้วยการยิงปืนโห่ร้องอื้ออึงไปให้เจ้าทรัพย์สะดุ้งกลัว แล้วค่อยเก็บกวาดเอาทรัพย์ทั้งปวง

๒. โจรย่องสะดม คือ โจรที่มีความรู้ทางวิชาอาคมสามารถใช้สะกดให้เจ้าทรัพย์หลับ แล้วค่อยเก็บกวาดเอาทรัพย์ทั้งปวง

๓. โจรภัย คือ โจรที่ทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวก่อนแล้วค่อยเก็บกวาดเอาทรัพย์ทั้งปวง

๔. โจรตีชิง คือ โจรที่คบค้าสมาคมกันไปตีชิงเอาทรัพย์สินของผู้อื่นไม่เว้นทั้งทางบกทางน้ำ

๕. โจรฉกฉวย คือ โจรที่มิได้ติดอาวุธไปคอยอยู่ตามถนนหนทางเปลี่ยนแล้วช่วงชิงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น

๖. โจรซุ่มซ่อน คือ โจรที่คบค้าสมาคมกันไปคอยด้อม ๆ มอง ๆ ในสถานที่ใด ๆ มิให้เจ้าทรัพย์รู้เห็นแล้วจึงลักเอาทรัพย์ไป

๗. โจรล้วงลัก คือ โจรที่ลักล้วงเอาทรัพย์สินของผู้อื่นไป

๘. โจรลักเลียม คือ โจรที่ไปลักทรัพย์สินของผู้อื่น พอดีเจ้าทรัพย์มาพบเข้าจึงแสร้งบอกไปว่ามายืมทรัพย์สินนั้น

๙. สาธารณโจร คือ โจรไปปล้นกับพวกโจรด้วยกัน แต่แค่ร่วมขบวนไปด้วยเท่านั้น มิได้ลงมือประการใด

๑๐. นิลัมภรโจร คือ โจรที่กระทำการไม่แนบเนียน กฎหมายพรรณนาว่า "มีพิรุธติดพันดุจมลทินนิลเมฆพันคล้ำดำติดอยู่"

๑๑. วิสาสคาหโจร คือ โจรลักทรัพย์สิ่งของของญาติพี่น้อง บิดา มารดา สามี ภริยา เขย สะใภ้ ฯลฯ ด้วยกันเอง

๑๒. สรรพโจร คือ โจรที่ลักมิได้เลือก

๑๓. ปัณฐทูสกโจร คือ โจรตีชิงเอาทรัพย์สิ่งของไม่ว่าทางน้ำทางบก

๑๔. ทามริกโจร คือ โจรที่เป็นเพื่อนกันพากันกระทำโจรกรรมเป็นอาชีพเลี้ยงตัว

๑๕. สารโจร คือ โจรที่ลักทรัพย์อันเป็นแก่นสาร เช่น ลักพระพุทธรูปแล้วลอกเอาทองพระนั้นไปขาย

๑๖. ดัสกรโจร คือ โจรที่คบค้าสมาคมกันไปปล้นราษฎรแล้วทำลายครัวเรือนตลอดจนทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียงด้วยเป็นต้น

การกระทำผิดก็มีทั้งการปล้น การชิง การลัก ซึ่งบางกรณีมีการทำร้ายเจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตาย  ตลอดจนการกระทำผิดขั้นอุกฤษฏ์โทษต่างๆ     เช่น ลักพระพุทธรูป หรือลอกของมีค่าที่องค์พระ เช่น  เอาองค์พระพุทธรูปทองไปเผาเพื่อลอกเอาทอง โดยการกำหนดโทษจะหนักเบาลดหลั่นไปตามลักษณะการกระทำผิด



[1] โจร (อังกฤษ: outlaw) คือ ผู้ร้ายที่ลักขโมยหรือปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่นเป็นต้น ภาษาปากเรียก "ผู้ร้าย" โบราณเรียก "ฎางการ" ก็มีการกระทำของโจรนั้นเรียก "โจรกรรม" (อังกฤษ: theft) ศัพท์ทางศาสนาว่า "ไถยกรรม"

[2] นสมาหารหิตะคดี (โป๊ โปรคุปต์). (๒๕๔๙). พจนานุกรมกฎหมาย. กรุงเทพฯ : วิญญูชน. หน้า ๑๒๒.

Other Posts By This Blogger

Comments

No Comment

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 38.107.191.82
Message:  
Load Editor
Security Code:
   
  Cancel or Preview or