Page Visits: 525
Comments: 0

กวนน้ำให้ใส นี่แหละ... ทักษิณ

ขณะนี้ ไม่มีใครห้ามทักษิณเดินทางกลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในประเทศเลย หากเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์จริงๆ ทักษิณและพวกสามารถนำข้อเท็จจริงของตนมาเปิดเผย ชี้แจง อธิบายให้สังคมได้รับรู้ ประชาชนก็จะได้รู้ข้อมูลทั้ง 2 ด้าน และต่อสู้ในศาลยุติธรรม ... [ไม่ใช่ว่า] ถ้ากูไม่อยากกลับมาขึ้นศาล ก็แสดงว่ากูไม่ได้รับความยุติธรรม ถ้าศาลจะดำเนินคดีที่กูเป็นจำเลย ก็บอกว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่กูก็ยังฟ้องศาลเพื่อผลประโยชน์ของกูได้

ขณะที่เขียนโพสนี้ผมอยู่ที่อินโดนีเซีย มาร่วมนำเสนอบทความในการสัมมนา International Symposium "Promoting Regional Partnerships to Enhance Asia’s Competitiveness" ผมไม่เคยมาอินโดนีเซียมาก่อน ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจพอสมควร งานนำเสนอจะเริ่มพรุ่งนี้เช้า สิ่งที่ผมจะนำเสนอคือประสบการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนของไทย ผมเขียนปรับปรุงบทความที่เคยเขียนเมื่อปี 2004 ที่ได้รับทุนพัฒนาอาจารย์รุ่นใหม่มาเพิ่มเนื้อหาในปัจจุบันเพิ่มขึ้น (เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนนักวิจัยรุ่นกลางของสกว.) ซึ่งใน Session เดียวกันนี้ก็จะมีบทความของประเทศเวียดนามมานำเสนอด้วย รายการอื่นก็น่าสนใจซึ่งอาจจะได้นำมาเขียนเพิ่มต่อไป 

 

 ท่านผู้อ่านคงจะงงว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับทักษิณ ชินวัตร คือ อย่างนี้ครับ ในวงอาหารเย็นมีการพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองระหว่างนักวิจัยที่จะมานำเสนอ เรื่องราวของเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องการเมือง การเลือกตั้ง ความไม่แน่นอนของการเมือง และ เรื่องของอดีตนายกทักษิณได้เป็นประเด็นกลางวงข้าวด้วย ผมไม่ได้เริ่มก่อน แต่คนชาติอื่นเขาถาม (ขอสงวนชื่อประเทศ) ว่าเกิดอะไรขึ้น และ เมื่อไรการเมืองของเราจะชัด ตอนนี้ต่างชาติไม่ค่อยแน่ใจในการลงทุน แม้การส่งออกไปได้ดี แต่เพราะการเมืองอึมครึมเขาเลยไม่อยากขยายการลงทุน และ อาจจะไปขยายที่อื่นแทน ฯลฯ และ คำถามหนึ่งที่ผมถามเขากลับว่า "ในสายตาของคนในประเทศคุณ มีความเห็นกับอดีตนายกไทยอย่างไร?" คำตอบมีหลากหลายแต่เป็นไปในทางเดียวกันว่า อดีตนายกไทยก็เป็นคนเก่งนะ แต่ไม่ค่อยเหมาะกับการบริหารประเทศมั้งเพราะคิดแบบธุรกิจก็จะมองเรื่องกำไรและตัวเงินเป็นหลัก แต่การบริหารประเทศมันมีมิติของสังคมด้วย อีกคนก็ถามกลับว่าทำไมกระบวนการยุติธรรมของไทยจึงเอาผิดกับนักการเมืองไม่ได้ ถ้าเป็นประเทศเขา ผู้นำที่มีพฤติกรรมอย่างอดีตนายกไทยติดคุกไปแล้ว (เขาพูดอย่างนี้จริงๆ โดยเฉพาะเรื่องการขายหุ้นชินฯ) ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมาก และขอไม่แสดงความเห็นในที่นี้ แต่เป็นการปันมุมมองที่ได้รับจากนักวิชาการชาวต่างชาติก็แล้วกัน แต่สิ่งที่ชาวบ้านมองนั้นมันต่างจากที่คนชั้นกลางในเมืองไทยหรือชาวต่างชาติมอง พวกเขาชื่นชมทักษิณเพราะรัฐบาลทักษิณได้ให้อะไรกับเขาอย่างเป็นชิ้นเป็นอันที่เขาไม่เคยได้มาก่อนจากรัฐบาลชุดใด ดังมีนักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งได้ให้มุมมองไว้ว่า 

 นโยบายประชานิยมทำให้ประชาชนชั้นล่างในเมืองและชนบทเข้าใจว่า ประโยชน์ที่ได้รับทั้งหมดนี้มากับระบอบประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ 2540 นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารับรู้ว่า ประชาธิปไตยนั้นกินได้และเห็นหัวคนจนประชาธิปไตยทำให้พวกเขามีโอกาสทำกิน มีเงินทุน มีอาชีพ ปลดหนี้ มีแพทย์พยาบาลและยารักษาโรค ลดหรือปลอดยาเสพติดและอิทธิพลเถื่อน พวกเขาจึงเกิดการตื่นตัวทางประชาธิปไตยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กลายเป็นฐานพลังอันเข้มแข็งสนับสนุนผู้นำพรรคไทยรักไทย ปกป้องประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ 2540 

อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ท่านนั้นก็ไม่ได้ตั้งข้อสังเกตใดๆ เกี่ยวกับการทุจริตเชิงนโยบายหรือการใช้อำนาจตลาด (Market power) ทางการเมือง ซึ่งก็มีนักเศรษฐศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งออกมาโจมตีในประเด็นนี้ว่ารัฐบาลทักษิณได้ใช้การผูกขาดทางการเมืองมาควบคุมการโหวตออกเสียง และ แทรกแซงการตั้งองค์กรอิสระ ป้องกันการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน ทำให้กลไกการตรวจสอบใดๆ ทำไม่ได้ และ ทำให้ประชาชนต้องเป็นผู้เรียกร้องเอง

กลับมาถึงห้องพัก ก็เช็คเมล์ แล้วเห็นอีเมล์ฉบับหนึ่งจั่วหัวว่า นี่แหละ ทักษิณ คิดในใจว่าอะไรจะตรงกับสิ่งที่คุยกันเมื่อกี้นี้เอง เลยต้องเปิดอ่านเป็นฉบับแรก เป็นเมล์ที่ผมได้รับจากอาจารย์ในคณะ เห็นแล้วต้องเปิดอ่านทันที เพราะติดพันจากการคุยในวงอาหการเย็น ผมไม่รู้ว่าใครเขียน แต่นามปากกาคือ สารส้ม ซึ่งผมคิดว่านักวิจัยหลายๆ ท่านคงเคยได้รับ หรือได้อ่านบทความของนักเขียนท่านนี้มาแล้ว เนื้อหาที่เขียนมีดังต่อไปนี้ครับ ขอลงทั้งหมดเลยนะครับ

กวนน้ำให้ใส นี่แหละ... ทักษิณ 

ช่วงนี้  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งลูกสมุนในประเทศไทยไล่ฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเอาผิดทักษิณและพวกอย่างต่อเนื่อง       

ฟ้องนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และกรรมการ คตส. อีก 11 คน เรียกค่าเสียหาย 50,000 ล้านบาท      

ฟ้องนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เรียกค่าเสียหายจำนวน 1,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี      

ฟ้องนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ทำคดีเอสซีแอสเสท เรียกค่าเสียหาย 1,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี      

ฟ้องนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ตามเรื่องฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด เรียกค่าเสียหาย 2,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ต่อปี      

ฟ้องนายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เรียกค่าสินไหมทดแทน 1,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี      

ท่านเหล่านี้ กำลังทำงานหลวง ทำหน้าที่ในการสอบสวนดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทั้งนั้น   และทั้งหมดนี้ ตกเป็นเหยื่อแห่งการฟ้องร้องต่อศาลของ พ.ต.ท.ทักษิณทั้งนั้น      

กลวิธี ฟ้องดะ-ฉะแหลกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนี้ กำลังสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของทักษิณแบบล่อนจ้อน      

ลองดูเอาเถิด...   ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั่งๆ นอนๆ ดูฟุตบอล เสวยสุข จับจ่ายใช้เงินทองที่แสวงหามาได้ แต่งตัวโก้หราออกหน้ากล้องโทรทัศน์อยู่ประเทศอังกฤษ       

ประทานโทษ..  พูดแบบบ้านๆ ต้องบอกว่า แค่โทรศัพท์สั่งงานว่าจ้างให้ลูกน้องฟ้องแทนตัว แล้วตัวเองก็นอนผิวปาก กระดิกตีนดูผลงานผ่านโทรทัศน์ อยู่ข้ามทวีป      

มองมุมหนึ่ง  ก็ดูว่า ทักษิณกำลังแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ตนเอง  ได้ฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรม ก็เพราะหวังพึ่งอำนาจศาลยุติธรรม      

แต่มันก็น่าสงสัย เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อ้างกับชาวโลกเองมิใช่หรือว่า  ตนเองไม่มั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรม ไม่เชื่อถือกระบวนการยุติธรรมในขณะนี้  และนำไปสู่การปฏิเสธที่จะเดินทางกลับมาต่อสู้คดีความที่ตนเองตกเป็นจำเลยผู้ต้องหาในประเทศในขณะนี้       แสดงออกประหนึ่งว่า ไม่ยอมรับอำนาจของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย และนำมาอ้างให้ตนเองได้ใช้ชีวิตเอ้อละเหย ลอยนวล เสวยสุขอยู่ต่างประเทศในขณะนี้      

แล้วบัดนี้ ใยจึงมาพึ่งอำนาจกระบวนการยุติธรรมเสียล่ะ      

เรื่องนี้ เข้าใจไม่ยาก เมื่อตามไปดูความต้องการแฝงที่พ่วงมากับการฟ้องร้องหลายๆ กรณี ล้วนเกี่ยวกับการให้ข้อมูลต่อสาธารณชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในกรณีการกระทำของทักษิณและพวก      

พูดง่ายๆ ว่า ไม่ต้องการให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐให้ข้อมูลแก่สาธารณชน      

ถามว่า ทักษิณมีสิทธิจะยื่นฟ้องไหม?  ตอบว่า มีสิทธิ      

ถามว่า ประชาชนมีสิทธิจะรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐโดยละเอียดไหม ?   ตอบว่า ควรต้องรู้เป็นอย่างยิ่ง      

ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เปิดโปง ไม่บอกข้อมูลแก่สาธารณชนอย่างชัดเจน  ฝ่ายทักษิณและพวกก็อาจจะนำมาอ้างต่อสาธารณชนได้ไหมว่า ถูกกลั่นแกล้ง โดยปราศจากข้อเท็จจริง และประชาชนก็อาจจะเชื่อตามนั้น เพราะไม่ได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำในกรณีต่างๆ      

แต่พอเจ้าหน้าที่รัฐเปิดข้อมูลเหล่านี้ให้สาธารณชนได้รับรู้ แทนที่ฝ่ายทักษิณจะชี้แจงข้อมูลของตนเอง ตอบข้อกล่าวหาเป็นประเด็นๆ ฝ่ายทักษิณกลับฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายและปิดปาก โดยอ้างว่าตนเองเสียหาย      

ถามตรงๆ เถิด ขณะนี้ ไม่มีใครห้ามทักษิณเดินทางกลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในประเทศเลย  หากเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์จริงๆ  ทักษิณและพวกสามารถนำข้อเท็จจริงของตนมาเปิดเผย ชี้แจง อธิบายให้สังคมได้รับรู้  ประชาชนก็จะได้รู้ข้อมูลทั้ง 2 ด้าน  และต่อสู้ในศาลยุติธรรม      

ไม่ใช่ว่า  ตนเองไม่มาขึ้นศาล ไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงในข้อกล่าวหาประเด็นต่างๆ อย่างชัดเจน ก็จะไม่ให้คนอื่นดำเนินการอะไรต่อไปได้เลย กระนั้นหรือ      

ถ้ากูไม่พูด  คนอื่นก็อย่าพูด      

ถ้ากูไม่อยากกลับมาขึ้นศาล ก็แสดงว่ากูไม่ได้รับความยุติธรรม      

ถ้าศาลจะดำเนินคดีที่กูเป็นจำเลย ก็บอกว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่กูก็ยังฟ้องศาลเพื่อผลประโยชน์ของกูได้      

นี่แหละ... ทักษิณ 

สารส้ม 

29 ส.ค. 2550

ทิ้งท้าย: อ่านจบแล้วอย่าคิดมากนะครับ คิดเสียว่าเป็นการนำเสนอมุมมองต่างๆ จากหลายแหล่งก็แล้วกันนะครับ ถ้าหากผู้ดูแลระบบต้องการจะลบโพสนี้เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และ ผมขออนุญาตไม่รับความคิดเห็นในโพสนี้นะครับ ทั้งนี้ผมเคารพจุดยืนทางการเมืองของทุกท่านเพราะพวกเรามีอิสรภาพทางความคิด อันเป็นที่มาของ Tag นี้ไงครับ :-)

Created: 29 August 2007 22:47 Modified: 29 August 2007 23:18 [ translation missing: en-US, report_abuse ]

Other Posts By This Blogger

Comments

No Comment
comments are closed for this item.