Comments: 1
คิวต่อไป "ปราสาทตาเมือนธม"
มี Blog พูดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้นเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ที่อาจจะนำไปสู่เรื่องนี้จริงๆ
เนื่อหาในBlog นี้ระบุไว้ว่าอย่างนี้ครับ
ไทยกับกัมพูชายังมีปัญหาจ่อคิวให้สะสางอีกไม่น้อย
เมื่อมีการปักปัน
เขตแดน ตลอดแดนยาวประมาณ 798 กิโลเมตรนั้น แบ่งออกมาเป็น 3 ลักษณะคือ
ลักษณะที่เป็นสันปันน้ำมี 524 กิโลเมตร ที่เป็นเส้นตรงมี 58 กิโลเมตร
และที่เป็นลำคลองมี 216 กิโลเมตร
ทั้งไทยและกัมพูชามีการปักปันเขต
ร่วมกันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2451 ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี
เรื่อยไปจนถึงจังหวัดตราด เรามีหลักเขต แดน 73 หลัก
ปัญหาเกิดขึ้นคือ หลักเขตแดนทั้ง 73 หลัก ปัจจุบันเหลือไม่ครบ
สาเหตุ
เป็นเพราะอะไร ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ศึกษาเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา
โดยการสนับสนุนของสำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) บอกว่า
“บางหลักถูกเคลื่อนย้าย บางส่วนสูญหาย”
ปัญหาที่เป็นกรณีพิพาทจึง
ปรากฏในจังหวัดต่างๆ ตามตะเข็บแดนไทย-กัมพูชา ไล่มาตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดนี้มีหลักเขตแดนทั้งหมด 23 หลัก ตั้งแต่หลักที่ 2 ถึง 23
ผลสำรวจไม่พบ 6 หลัก และบางหลักมีร่องรอยการเคลื่อนย้าย
ผลของการไม่พบและเคลื่อนย้ายหลักเขต ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งคือ กัมพูชาอ้างว่าปราสาทตาเมือนธมเป็นของกัมพูชา ฝ่ายไทยจึงเสนอให้ตรวจสอบร่วมกันโดยใช้สันปันน้ำในบริเวณปราสาท
แต่ทางกัมพูชาอ้างว่าได้ตรวจสอบแล้ว
พร้อมทั้งอ้างแผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2451 มาประกอบ
ปัญหานี้...จึงยังไม่ยุติ
ข้างต้นนี้คือเนื้อหาที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ตั้งแต่ต้นเดือนก่อน คำถามคือ ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น? ประเทศไทยมีปัญหาอะไรในเรื่องการระหว่างประเทศและการป้องกันประเทศหรือเปล่า? การที่เราเสียปราสาทพระวิหารไป และ สละสิทธิ์ในการโต้แย้งเรื่องการปันเขตแดนด้วยหลักสันปันน้ำเหนือปราสาทพระวิหารก็จะนำไปสู่สิ่งที่คนไทยคาดไม่ถึงอีกมากทีเดียว ที่สำคัญ คนที่มีส่วนทำให้สิทธิเหล่านี้หายไปก็คือนายนพดล ปัทมะและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดนี้ ผมไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็เดาว่าด้วยกลไกการทำงานของประเทศไทยที่ไม่มียุทธศาสตร์ชาติ (ซึ่งต่างกับกัมพูชา) เราคงจะต้องสูญเสียอธิปไตยอีกหลายแห่ง ผมมองโลกแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า?
ทำไมเราต้องกังวลและต้องปรับทิศทางการเจรจาในเวทีโลกในเรื่องเหล่านี้ อธิปไตยเหนือพื้นที่หมายถึงสิทธิที่เราจะครอบครอง ใช้ประโยชน์ และ ได้ประโยชน์จากพื้นที่นั้น เหมือนกับว่าเรามีที่นาในต่างจังหวัด เราก็ย่อมมีสิทธิโดยชอบที่จะปลูกข้าว ปลูกผัก ทำไร่ทำสวน และ เก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อขายและได้รายได้ หรือ หากที่ผืนนั้นมีแหล่งน้ำแร่ที่บริสุทธิ์ เราก็ย่อมมีสิทธิที่จะบริโภคหรือขายน้ำนั้น คนอื่นไม่มีสิทธิเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ของเราตราบเท่าที่เราไม่ให้สิทธิหรือให้อนุญาตแก่เขาเหล่านั้น
การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนก็วิเคราะห์ได้ในทำนองเดียวกัน ปราสาทพระวิหารอยู่บนเขาพระวิหารซึ่งทางขึ้นอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย แต่เขมรก็ยึดแผนที่ที่แสดงว่าทางขึ้นเป็นของเขา (พื้นที่ 4.6 ตร.กม. ที่เขาพูดกันนั่นล่ะครับ) เป็นเรื่องน่ากลัวว่าการที่เราไม่ทักท้วงหลักการเรื่องสันปันน้ำในที่นี้จะนำไปสู่ การหักล้างในกรณีพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆ ดังที่กล่าวข้างต้น
เรื่องที่น่าเป็นห่วงของประเทศไทยคือ สิ่งที่ทางนักวิชาการจำนวนมากเตือนไว้ว่าอาจจะนำมาซึงการเสียพื้นที่ในทะเลอีกหลายหมื่นตารางกิโลเมตร และ พื้นที่นั้นคาดว่ามีน้ำมันปริมาณมหาศาล ในฐานะที่รัฐบาลเป็นตัวแทนของคนทั้งชาติ รัฐบาลควรคำนึงถึงอนาคตของประเทศไทย หากมีการตัดสินใจใดที่อาจจะเป็นเหตุให้ประเทศไทยเสียสิทธิที่พึงได้ หรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่ออธิปไตย เรื่องเหล่านี้ควรจะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ และ ควรรับฟังความเห็นให้รอบด้านเสียก่อน
การที่ประเทศหนึ่งจะพัฒนาได้ มีปัจจัยสนับสนุนสี่อย่างที่สำคัญ คือ เครื่องจักรและทุนที่ประเทศสะสมมา (Physical capital) ทุนมนุษย์ (Human capital) ความมั่งคั่งของทรัพยากรธรรมชาติ (Natural resources) และ ระดับเทคโนโลยีหรือความรู้ของสังคม (Technological knowledge) จริงอยู่ว่า ความมั่งคั่งของทรัพยากรธรรมชาติ (Natural resources) อาจไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็นว่าประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เช่น พม่า เป็นต้น ในขณะที่ญี่ปุ่นไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก แต่ด้วยเหตุที่เขามีอีกสามอย่าง โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพคน และ การเผยแพร่ความรู้ (ผมสังเกตจากหนังสือที่มีขายและวัฒนธรรมการอ่านของญี่ปุ่น ผมไม่ประหลาดใจว่าทำไมประเทศนี้ถึงเจริญ นี้ไม่นับถึงความมีระเบียบวินัยและนอบน้อม แสดงความนับถือต่อผู้อื่น ไว้วันหลังผมจะเขียนเล่าเรื่องนี้เพิ่มเติม) ประเทศไทยเองก็ได้พัฒนามามากแล้วในหลายด้าน แม้ว่าการพัฒนานั้นจะแลกมาด้วยการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและคนจำนวนมากไม่ได้มีจิตสำนึกที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรเท่าใดนัก แต่ก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้นกว่าเมื่อห้าสิบปีก่อนมาก อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้คิดถึงการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมกันมากขึ้นซึ่งถือว่าเป็นประจักษ์พยานหนึ่งว่าการพัฒนาที่ผ่านมาของเรานั้นไม่ถูกต้องเท่าที่ควร แต่ผมเชื่อว่าการพัฒนาของประเทศไทยในอนาคตจึงขึ้นกับการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์เป็นสำคัญ และ การพัฒนาประเทศของเราจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรด้วย ดังนั้นหากการกระทำของรัฐบาลไทยไม่ได้ปกปักรักษาสิทธิที่จะได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในน้ำ ในดินของเรา ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
ค่าเสียโอกาสของประเทศนั้นสูงกว่าประโยชน์ที่นักการเมืองบางคนได้รับจากการแลกได้แลกเสียนัก โดยเฉพาะนักการเมืองไทยที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก นี่คือค่าเสียโอกาสของชาวไทยทั้งหมดที่ต้องยอมรับจากระบบประชาธิปไตยและการเมืองแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้
ปล. เปลวสีเงินวันที่ 5 สิงหาคม 2551 มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ
Other Posts By This Blogger
- Older « Khao Phra Viharn: Some Historica...
- Newer » วันสันติภาพที่เมืองฮิโรชิมา
Comments
on 04 August 2008 15:16
#1265 [ translation missing: en-US, report_abuse ]
ผู้จัดการออนไลน์ (http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000091470) ลงข่าวนี้ไว้ ส่วนหนึ่งที่น่าสงสัยคือข้อความนี้
"นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 11 ริมถนนทางหลวงชนบท บ.หนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนม เข้าไปยังปราสาทตาเมือนธม และ อยู่บริเวณปราสาทตาเมือนตุ๊จ ห่างจากปราสาทตาเมือนธมราว 500 เมตร แต่ลึกเข้ามาในเขตประเทศไทยประมาณ 2 กิโลเมตร พบว่า มีถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรคว่ำครอบหลักท่อเหล็กเทปูนซีเมนต์ข้างในและทาด้วยสีแดงเอาไว้ พร้อมทั้งมีรั้วลวดหนามล้อมรอบอย่างมิดชิด แต่ไม่สัญลักษณ์หรือข้อความบ่งบอกใดๆ
ชาวบ้านบอกว่า หลักสีแดงดังกล่าว เป็นหลักเขตแดนหรือหลักพิสูจน์เขตแดนใหม่ที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาทำไว้เมื่อไม่ กี่เดือนที่ผ่านมา และชาวบ้านในพื้นที่พยายามสอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแล พื้นที่บริเวณดังกล่าวแต่ไม่ได้รับคำชี้แจงแต่อย่างใด"
การปักหมุดแบบนี้มันง่ายขนาดนี้เลยหรือครับ อยากถามทหาร รัฐบาล และ ผู้รู้
คนไทยใจดี มีน้ำใจเป็นเรื่องดี แต่คงใช้ไม่ได้กับเรื่องระดับอธิปไตยของชาติเช่นเรื่องนี้ คงต้องดูรัฐบาลของไทยต่อไปว่าที่เคยพูดไว้ว่าไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว มันจะลงเอยอย่างไร (สงสัยเสียเป็นพันตารางเมตรกระมัง)





Comment on this Post