P
Nawanan Theera-Ampornpunt
University Employee
Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University
Page Visits: 1719
Comments: 0

ตัวอย่างงานวิจัยทางเวชสารสนเทศ: งานวิจัยปริญญาโทของผู้เขียน

คราวที่แล้วผมได้พูดถึงโอกาสทางการวิจัยด้านเวชสารสนเทศ ซึ่งมีได้กว้างขวางและแตกย่อยเป็นสาขาย่อยต่างๆ มากมายแล้ว แต่ถ้าไม่มีตัวอย่างงานวิจัยเป็นตัวอย่างก็อาจจะมองเห็นภาพได้ไม่ง่ายนักครับ คราวนี้เลยขออนุญาตเล่าให้ฟังถึงงานวิจัยปริญญาโทของผมซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นไปสดๆ ร้อนๆ ถือเป็นการโฆษณาผลงานของตัวเองไปในตัวครับ :)

งานวิจัยของผมชิ้นนี้ เป็นงานด้าน IT adoption research ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินระดับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในบริบทของงานทางการแพทย์และสาธารณสุข โจทย์ปัญหาในงานวิจัยของผม คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการช่วยพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการบริการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาล แต่ในปัจจุบันเรายังไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่าโรงพยาบาลในประเทศไทย มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากน้อยเพียงใด ทำให้เราไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์เพื่อวางนโยบายระดับชาติและสร้างองค์ความรู้ได้ ความรู้ที่เรายังขาด ที่เกี่ยวข้องกับ health IT adoption มีดังนี้ครับ

1. ระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพ หรือตัวชี้วัดอื่นๆ ของการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ในบริบทของระบบสุขภาพของไทยหรือไม่ (health IT outcome research)

2. ระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามกาลเวลาหรือไม่ อย่างไร (longitudinal adoption studies)

3. ระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในบริบทต่างๆ แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (เช่น ในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน, ในโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน, ในโรงพยาบาล 200 เตียง กับโรงพยาบาล 500 เตียง, ในโรงพยาบาลที่มีความคืบหน้าในการตรวจรับรองคุณภาพโรงพยาบาลแตกต่างกัน, ในโรงพยาบาลที่มีหน่วยงานด้านสารสนเทศโดยเฉพาะ กับหน่วยงานที่ไม่มีหน่วยงานนี้ เป็นต้น)

งานวิจัยปริญญาโทของผมเริ่มต้นด้วยการทบทวนทฤษฎีและ conceptual framework ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT adoption) ทั้งในสาขาเวชสารสนเทศ และสาขาอื่นๆ เช่น ระบบสารสนเทศ (information systems ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของ information science) และสาขาการแพร่กระจายของนวัตกรรม (innovation diffusion) แล้วนำพัฒนาการของทฤษฎีเหล่านี้มาประมวลเข้าด้วยกันเพื่อดูว่าทฤษฎีที่มีอยู่ มีการปรับปรุงพัฒนาอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าทฤษฎีที่เกิดขึ้นมาก่อน และยังมีจุดด้อยใดอีกบ้างที่สามารถจะปรับปรุงต่อไปอีกได้

จากนั้นผมก็ทบทวนวรรณกรรม (review literature) ที่เกี่ยวข้องกับงานด้าน health IT adoption ในสาขาวิชาเวชสารสนเทศ รวม 104 งานวิจัย โดยประมวลดูว่า งานวิจัยในด้านนี้ที่ผ่านมา มีการใช้วิธีดำเนินการวิจัย (research methodology) อย่างไรบ้าง กล่าวโดยสรุปคือ งานวิจัยเหล่านี้ มีการออกแบบโครงการวิจัย (study design) อย่างไร มีการอ้างอิงทฤษฎีหรือ conceptual model ด้าน IT adoption หรือไม่อย่างไร เก็บข้อมูลอย่างไร จากใคร ที่ไหน และวัด "health IT adoption" อย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าที่ผ่านมา เราวิจัย health IT adoption กันอย่างไร มีจุดอ่อนจุดแข็งด้าน methodology อย่างไร เพื่อที่เราจะได้ทราบว่าในอนาคต งานวิจัยด้าน health IT adoption ควรจะต้องพิจารณาประเด็นด้าน methodology อะไรบ้างที่อาจเป็นปัญหาได้

การทบทวนวรรณกรรมนี้ เปรียบได้คล้ายๆ กับ systematic review ที่นักวิจัยหลายท่านอาจจะรู้จักกันดี ซึ่งเป็นการทบทวนงานวิจัยในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งอย่างมีระบบและมีกระบวนการทบทวนที่ชัดเจน ต่างกันตรงที่ systematic review ส่วนใหญ่จะเน้นที่ผลลัพธ์ของงานวิจัยที่ทบทวน ว่า งานวิจัยเหล่านี้ ได้ข้อสรุปเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ และงานวิจัยส่วนใหญ่ ได้ข้อสรุปเป็นไปในทิศทางใด เนื่องจากอย่างที่เราอาจทราบกันดีว่า งานวิจัยชิ้นหนึ่ง มีโอกาสเกิด bias และ random error ขึ้นได้มากมาย หากเราอาศัยข้อสรุปจากงานวิจัยเพียงชิ้นเดียว ข้อสรุปนั้นก็อาจผิดพลาดจากความเป็นจริงได้ แต่หากเราอาศัยข้อสรุปจากงานวิจัยหลายชิ้น ที่วิจัยเรื่องเดียวกัน แต่อาจมีวิธีวิจัยที่เหมือนหรือแตกต่างกัน ก็น่าจะช่วยในเรื่อง bias และ random error ได้บ้าง อย่างไรก็ดี focus ของการทบทวนวรรณกรรมของผม ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์หรือข้อสรุปของงานวิจัยที่ทบทวน แต่อยู่ที่วิธีดำเนินการวิจัย (methodology) เช่น settings, study design, data collection, sampling design, sample, conceptualization, operationalization เป็นต้น จึงเรียกว่าเป็น methodological review มากกว่า systematic review และผลลัพธ์จาก methodological review ไม่ใช่ข้อสรุปว่างานวิจัยส่วนใหญ่ให้ข้อสรุปที่เป็นความรู้ว่าอย่างไร แต่เป็นความเข้าใจว่างานวิจัยที่ทบทวน ใช้เทคนิคใดในการดำเนินการวิจัย และเทคนิคเหล่านี้ มีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร ที่นักวิจัยรุ่นต่อๆ ไปควรทราบ

ส่วนสุดท้ายของงานวิจัยปริญญาโทของผม ก็คือนำข้อมูลที่ได้จากการทบทวนทฤษฎีที่เกี่ยวกับ IT adoption และการทบทวนวรรณกรรม (methodological review) ของ health IT adoption มาเป็นแนวทางในการเลือกทฤษฎีที่มีอยู่ แล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น เกิดเป็นทฤษฎีใหม่ที่น่าจะช่วยให้งานวิจัยทาง health IT adoption ในอนาคต เป็นระบบ และครบถ้วนรอบด้านขึ้น จากนั้นก็เป็นการสร้างเครื่องมือ ซึ่งเป็นการทำแบบสำรวจ ที่อาศัยทฤษฎีใหม่ที่ปรับปรุงขึ้นนี้  แล้วก็นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าแบบสำรวจดังกล่าวเหมาะสมมากน้อยเพียงใดที่จะเอาไปใช้จริง

งานวิจัยปริญญาโทชิ้นนี้ สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ แต่สิ่งที่จะนำไปใช้ต่อได้ คือแบบสำรวจที่ได้มาจากการปรับปรุงทฤษฎีทาง IT adoption ขึ้นใหม่ ซึ่งผมมีแผนที่จะนำไปสำรวจการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงพยาบาลในประเทศไทย ในโครงการวิจัยปริญญาเอกของผมต่อไปครับ

ผมไม่ได้เล่าในรายละเอียดของทฤษฎีที่ผมทบทวน และทฤษฎีใหม่ที่ผมเสนอขึ้น เนื่องจากจะใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก และผมมีแผนจะส่งตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการต่อไปอยู่แล้ว หากได้รับการตีพิมพ์ในวารสารใด ฉบับใดแล้ว ผมจะมาอัพเดตในที่นี้อีกทีครับ

ท่านใดที่ต้องการจะอ่านรายงานการวิจัยของผม สามารถติดต่อผมได้โดยตรงที่ nawanan@rama33.com ครับ

หมายเหตุเพิ่มเติม (10/01/2009): ผมลืมบอกไปครับว่ารายงานการวิจัยเป็นภาษาอังกฤษนะครับ เนื่องจากผมกำลังศึกษาต่อที่ University of Minnesota ประเทศสหรัฐอเมริกา หากท่านใดสนใจจะอ่าน ติดต่อมาได้โดยตรงครับ หรือหากมีคำถามก็ยินดีครับ แต่คงไม่มีเวลาแปลเป็นภาษาไทยให้ครับ :)

Other Posts By This Blogger

Comments

No Comment
Name:
Email:
IP Address: 38.107.191.80
Message:  
Load Editor
Security Code:
   
  Cancel or Preview or